��������������� หลังจากที่เครื่องมีอาการแปลกๆมาได้อาทิตย์เริ่มรู้สึกทนไม่ได้คิดจะลงWindows ใหม่ก็คงเสียเวลาน่าดูอีกทั้งงานก็เร่งเลยได้แต่บ่อยอาการทิ้งไว้เพราะว่าเครื่องยังทำงานได้ถึงแม้ว่าจะไม่เต็มที่นัก
��������������� อาการแปลกๆที่ว่าคือเมื่อใช้งาน IE มีขนาด font ที่ใหญ่มากเข้าใช้งานเว็บ google.com จะมีข้อความแจ้งดังรูป1 Opera ไม่สามารถเข้าเว็บได้และ Google Chrome ก็จะเข้าเว็บไม่ได้พร้อมทั้งแสดงข้อความดังรูป 2
�
�
���������������� เลยเกิดความสงสัยว่ามันเป็นเพราะอะไรทั้งๆที่เครื่องก็ลง NOD 32 เอาไว้และก็ Update ตลอดก็เลยเอาว่ะลงตัวใหม่ลองดูตั้งแต่ Webroot Spy Sweeper 5.8.1.55 , Bit Defence Anti VIRUS 2009, avas ,และ Avira AntiVir Premium 8.1.0.367 ผลก็ยังมีอาการเหมือนเดิม ก็เลยทำการหาข้อมูลว่าไอ้ตัวนี้มันชื่ออะไรทำไมมันถึงเหนียวได้ขนาดนี้ยังไงก็ไม่ยอมไปหลังจากสืบเสาะอยู่นานเลยได้รู้ว่ามันชื่อ Adware.Agent.BN และสิ่งที่ฆ่ามันได้คือ SDFix (สามารถโหลดได้ที่ http://downloads.andymanchesta.com/RemovalTools/SDFix.exe )
��������������� โดยขั้นตอนการทำงานเริ่มจาก
1. โหลด SDFix.exe ไว้ที่เครื่อง
2. ทำการรัน SDFix.exe จะได้ข้อมูลอยู่ที่ C:\SDFix
3. ทำการ Reboot เพื่อเข้า Safe Mode (ตอนบูตให้กด F8เพื่อจะเข้าเมนูเลือกเข้าทำงานแบบ Safe Mode
4. ทำการรัน C:\SDFix\RunThis.bat
5. กด Y เริ่มทำการ Cleanup
6. ใช้เวลาสักพักจนมีข้อความ Press any Key and it will restart the PC. กดปุ่มอะไรก็ได้เพื่อจะได้ Restart เครื่อง
7. หลังจากนั้นเข้า windows จะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการทำงานรอสักพัก จากนั้นก็จะมี Report.txt ขึ้นว่าจัดการอะไรไปบ้าง
�
ตัวอย่าง Report.txt
[b]SDFix: Version 1.228 [/b]Run by tum on Mon 09/22/2008 at 05:18 PM�Microsoft Windows XP [Version 5.1.2600]
Running From: C:\SDFix
�
[b]Checking Services [/b]:
�
�
Restoring Default Security Values
Restoring Default Hosts File
�
Rebooting
�
�
[b]Checking Files [/b]:
�
Trojan Files Found:
�
C:\WINDOWS\SYSTEM32\WINDOW~1.EXE – Deleted
C:\Documents and Settings\tum\Local Settings\Temp\NFX30.tmp.exe – Deleted
C:\Documents and Settings\tum\Favorites\_backup\Videos.url – Deleted
C:\DOCUME~1\tum\LOCALS~1\Temp\lwpwer.exe.bat – Deleted
C:\DOCUME~1\tum\LOCALS~1\Temp\smchk.exe.bat – Deleted
C:\DOCUME~1\tum\LOCALS~1\Temp\windfr.exe.bat – Deleted
C:\WINDOWS\system32\autorun.ini – Deleted
C:\WINDOWS\system32\tdssadw.dll – Deleted
C:\WINDOWS\system32\tdssinit.dll – Deleted
C:\WINDOWS\system32\tdsslog.dll – Deleted
C:\WINDOWS\system32\tdssmain.dll – Deleted
C:\WINDOWS\system32\tdssserf.dll – Deleted
C:\WINDOWS\system32\tdssservers.dat – Deleted
C:\WINDOWS\system32\windows_update.exe – Deleted
�
�
Could Not Remove C:\WINDOWS\system32\drivers\TDSSserv.sys
Could Not Remove C:\WINDOWS\system32\drivers\tdssserv.sys
Could Not Remove C:\WINDOWS\system32\tdssl.dll
Could Not Remove C:\WINDOWS\system32\drivers\tdssserv.sys
Could Not Remove C:\WINDOWS\system32\tdssl.dll
�
��������������� หลังจาก Clean ข้อมูลเสร็จพบว่าการทำงานกับสู่ปกติโปรแกรมต่างๆกลับมาทำงานปกติอีกครั้ง จากเหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า ไม่มี Scan Virus ตัวไหนดีที่สุด
�
�
อ้างอิง
http://downloads.andymanchesta.com/RemovalTools/SDFix.exe
http://www.computing.net/windowsxp/wwwboard/forum/164487.html
����������� ในขณะที่นั่งทำงานบนโน๊ตบุคคู่ใจได้หลายชั่วโมงเริ่มรู้สึกว่าเครื่องทำงานช้าลงมีการอ่านhdd(harddisk)บ่อยขึ้น เอาหล่ะว่ะไวรัสเล่นกูอีกแล้วงานก็ยังไม่เสร็จก็เลยกดดู Windows Task Manager (Ctrl + Alt + Del) ลองไล่ดูว่าอะไรที่มันหน้าตาแปลกๆก็เจอตัวผู้ต้องสงสัย “cidaemon.exe” ไอ้นี่แน่ๆก็เลยจัดแจงถามพี่กู (google.com) ว่าไอ้นี้มันเป็นใครครับพี่ พี่กูก็ตอบมาหลายคำตอบเพราะเท่าที่ดูแล้วคนตกอยู่ในชะตาเดียวกับผมมีเยอะและทุกคนสงสัยว่าไอ้นี้มันเป็นไวรัสแน่ๆ� สรุปแล้วคำตอบของพี่กูที่โบ้ยไปที่เว็บ MS (Microsoft) [1] ว่ามันไม่ใช่ไวรัสแน่นอนมันคือบริการทำดัชนีของ windows โอ้แม่เจ้าเข้าใจผิดนี้เอง
��������� สำหรับคนที่ไม่ต้องการก็สามารถปิบริการนี้ได้โดย
1. Double-click My Computer, point to Explorer Bar on the View menu, and then click Search.
2. Click Change preferences, and then click Without Indexing Service.
3. Click No, do not enable Indexing Service, and then click OK.
ถ้าคนแปลไม่ออกก็ดูจากรูปแล้วกันน่ะง่ายดี
อ้างอิง
[1] http://support.microsoft.com/kb/899869/en-us�, http://support.microsoft.com/kb/899869/th
��������������� เคยบ้างมั้ยที่เวลาเราไปเดินเที่ยวงานกาชาด แล้วไปเจอเสื้อตัวนึงที่เห็นแล้วชอบมากแบบว่าใช่เลย ตัวนี้หล่ะที่หามานาน ตกลงจะซื้อแต่ลังเลเมื่อคิดว่าถ้าเดินต่อไปอาจจะเจอ ตัวที่ใช่กว่านี้และน่าจะถูกกว่านี้ก็ได้ เราจึงเดินต่อไปโดยที่ทิ้งเสื้อตัวนั้นไว้เบื้องหลัง แต่เมื่อเราเดินไปจนทั่วทั้งงานแล้วสิ่งที่เราหวังไว้กลับไม่เป็นเช่นนั้นเสื้อตัวที่เราคิดว่าจะได้เจอดีกว่าตัวที่แล้วกลับไม่มี ดังนั้นเราจึงกลับมาเพื่อที่จะซื้อเสื้อตัวแรกที่เราเจอ และแล้วความผิดหวังก็มาหลอกหลอนเราอีกเมื่อพบว่าเสื้อตัวที่เราเจอในตอนแรกได้มีคนอื่นซื้อไปแล้ว ….
��������������� เคยหันมามองว่าชีวิตนี้เราได้เจอคนที่ใช่รึเปล่าแล้วเราลังเลไม่รักษาไว้เพราะคิดว่าเดี๋ยวเราก็จะเจอคนอื่นที่ดีกว่าแล้วเมื่อเวลาผ่านไป เราไม่เจอคนที่คิดว่าใช่อีก เมื่อจะกลับไปคบกับคนเก่าเค้าก็ไปมีคนอื่นแล้ว…..
�
by tumaji
13 sep 2008
����������� หลังจากเป็นที่ฮือหากับการเปิดตัวของ browser เจ้าใหม่แต่ชื่อไม่ใหม่อย่าง Google Chrome ของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Google ที่ทำอะไรก็รุ่งไปหมด ทำให้ตลาดของ browser ตื่นตัวขึ้นอีกครั้งซึ่งเรื่องนั้นเราไม่พูดถึงเราจะมาพูดถึงเรื่องที่เราถนัดดีกว่านั้นก็คือเรื่องของการเขียนโปรแกรม
����������� การเปิดตัวของ Google Chrome ทำให้วงการ Software ต้องมีการปรับปรุงไม่มากก็น้อยซึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือการปรับให้ Software สามารถรันบน Google Chrome ได้ ซึ่งปัญหาที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือบรรดา Rich Text Editor ทั้งหลายต่างเอ๋อไปตามๆกันเมื่อรันผ่าน Google Chrome เพราะไม่รู้จักว่ามันเป็นใครก็ที่ไม่รู้จักก็เพราะว่าตัว USER_AGENT ของ Google Chrome ทะลึ่งมีหน้าตาแปลกๆ�
�Mozilla/5.0 (Windows; U; Windows NT 5.1; en-US) AppleWebKit/525.13 (KHTML, like Gecko) Chrome/0.2.149.29 Safari/525.13
�แล้วอย่างนี้ที่เขียนกันเอาไว้ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าเงื่อนไขไหนเพราะมันมีทั้ง Mozilla , Gecko , Chrome , Safari งงเลย
����������� ล่าสุดในวันที่ผมนั่งเขียน (12 กย. 51) Rich Text Editor เจ้าใหญ่ๆพากันปรับให้สามารถใช้งานบน Google Chrome แล้วอย่าง Spaw, TinyMCE ( Open Source หลายตัวใช้อยู่เช่น Moodle, Wordpress) จริงๆแล้ว Rich Text Editor เหล่านี้จะใช้ JavaScript ในการ detect browser ซึ่งถ้าอธิบายก็คงต้องไปนั่งไล่ JavaScript อีกยาว เอาเป็นว่าเอาตัวอย่างที่เป็น PHP ไปลองเล่นกันก็แล้วกัน
function userAgent($minor=false){
$agents = array('MSIE'=>'/MSIE ([0-9]\.[0-9])/', 'Firefox'=>'/Firefox\/([0-9]*\.[0-9]*\.[0-9]*\.[0-9]*)/', 'Opera'=>'/Opera\/([0-9]*\.[0-9])/','Safari'=>'/Version\/([0-9]*\.[0-9]*\.?[0-9]*)/','Chrome'=>'/Chrome\/([0-9]*\.[0-9]*\.[0-9]*\.[0-9]*)/');
foreach($agents as $agent=>$pattern){
preg_match($pattern,$_SERVER['HTTP_USER_AGENT'],$match);
if(isset($match[1])){
if($minor){
return $agent.' '.$match[1];
}
else
{
return $agent.' '.floor($match[1]);
}
}
}
return 'Unknown browser';
}
echo userAgent(true) ;
ทดสอบ: demo
�
����������� วันนี้วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551 เป็นวันแรกของการเดินเครื่อง LHC (Large Hadron Collider: LHC) [1] ถึงแม้ว่าในวันนี้ยังไม่มีการทดสอบการชนกันของอนุภาคซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายหลักของโครงการในทางฟิสิกส์ แต่ในวันนี้เราก็เห็นความก้าวหน้าในอีกแขนงหนึ่งนั้นก็คือความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
สำหรับโครงการนี้ในทางฟิสิกส์ผมไม่รู้เรื่องอะไรมากนักเพราะผมไม่ใช่นักฟิสิกส์ หลายคนออกมาให้ความเห็นว่าโครงการนี้จะทำให้เกิดวันสิ้นโลกเพราะหลุมดำที่เกิดจากการเดินเครื่อง LHC แต่ในความรู้สึกของผมมันอาจจะเป็นเครื่องต้นแบบของเครื่องย้อนเวลาก็เป็นได้เพราะในประวัติศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์ของโลก ทฤษฎีหลายตัวค้นพบโดยฟลุคๆ ไม่แน่ว่าเครื่อง LHC อาจจะเป็นเครื่องย้อนเวลาอย่างฟลุคๆใครจะไปรู้ เห่อๆ กลับมาที่เรื่องที่ผมสนใจดีกว่าจากที่ได้ศึกษาข้อมูลของ LHC พบว่าในการเดินเครื่อง LHC จะมีข้อมูลที่ได้จากการชนของอนุภาคประมาณ 300 GB/S (จิกะไบต์ ต่อ วินาที) นับว่าเป็นข้อมูลมหาศาลเลยที่เดียวและเพื่อเป็นการรองรับข้อมูลขนาด 10-15 petabytes ต่อปี [2] (ประมาณ 15 ล้านกิกะไบต์) “เซิร์น” (CERN) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนาทางด้านนิวเคลียร์ (European Center for Nuclear Research) ได้สร้างเครือข่ายเส้นทางคอมพิวเตอร์ เพื่อแชร์ทรัพยากร หรือ “คอมพิวเตอร์กริด” (Computer Grid) เชื่อมกับศูนย์คอมพิวเตอร์ชั้นนำทั่วโลก โดยโยงกันกว่า 60,000 เครื่อง เพื่อช่วยในการประมวลผลที่จะได้จากการทดลองโดยให้ชื่อว่า “LHC Computing Grid” โดยข้อมูลจากเครื่องตรวจจับอนุภาค จะส่งผ่านสายไฮสปีดสู่สถาบันวิจัยชั้นนำ 11 แห่ง ทั้งในยุโรป, อเมริกาเหนือ และเอเชีย จากนั้น ทั้ง 11 แห่งจะส่งต่อไปตามหน่วยวิจัยต่างๆ อีก 150 แห่งทั่วโลก พร้อมความร่วมมือจากนักวิจัยหลายพันที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ [3] นับว่าเป็นการก้าวกระโดดที่สำคัญของวงการคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว และต่อไปเทคโนโลยี Grid ก็จะเป็นถูกใช้อย่างกว้างขวางในวงการวิจัยต่างๆแน่นอน
����������� สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีนั้นก็คือ หากมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนและกำลังทรัพย์มหาศาลย่อมทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆได้ไม่ยาก
�
อ้างอิง
[1] Large Hadron Collider, http://en.wikipedia.org/wiki/Large_Hadron_Collider
[2] http://en.wikipedia.org/wiki/LHC_Computing_Grid
[3] http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000107202
������������ โดยปกติแล้วสำหรับคน IT จะคุ้นเคยกับคำว่า “SPAM” ในแง่ของอีเมล์ขยะ (Junk Mail) หรือในกลุ่มของคนทำ SEO ก็จะมองว่าเป็นการใส่ keyword เยอะๆเพื่อให้เว็บมีโอกาสแสดงผลใน Search Engine ในหน้าแรก แต่จริงๆแล้วคำว่า “SPAM” มันมีที่มาจากอาหารกระป๋อง
������������ SPAM เป็นศัพท์สแลงมาจากคำว่า “S piced P ork and M eat/ham ” เป็นคำย่อ ที่เกิดจากการผสมอักษรรวมกันของคำว่า เนื้อ และเครื่องเทศที่บรรจุอยู่ในกระป๋อง ภาษาเยอรมัน เรียกว่า “Dosenfleisch” [1] โดยนำมาเป็นชื่อของเนื้อกระป๋อง (tinned meat) ในช่วงปี ค.ศ. 1930 ดังในรูป 1 �เว็บไซต์ spam.com [2] จดขึ้นเมื่อ 05-Sep-1996� [3]�
������������ ที่มาของ SPAM ที่ใช้ในปัจจุบันมาจากซิกคอม (Comedy Series) เรื่อง “Monty Python’s Flying Cirdus” [4] โดยเนื้อเรื่องเริ่มในร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง บรรดาอาหารทั้งหลายที่อยู่ในเมนูของร้านนี้จะประกอบไปด้วยอาหารที่มี SPAM ประกอบเกือบทั้งหมดในฉากดังกล่าว มีแขกเป็นสามีภรรยาคู่หนึ่ง ภรรยาไม่ชอบ SPAM ครับ เธอเลยขอสั่งอาหารที่ “ไม่มี SPAM “… แต่พนักงานเสิร์ฟก็พยายามอธิบายว่าไม่มีหรอก ร้านเราอาหารเกือบทุกอย่างต้องมี SPAMเป็นส่วนประกอบ (จะมาก หรือน้อยเท่านั้น) “ไวกิ้ง” สองสามคน ซึ่งนั่งกินอาหารอยู่ก่อนที่โต๊ะข้าง ๆ ส่งเสียงตะโกนแซวมาประมาณว่า “SPAM SPAM ฉันรัก SPAM ยังไง ๆ ก็ต้อง มีSPAM” จนเกิดการโต้เถียงกัน วุ่นวาย ทั้งคนขาย แขกสามีภรรยา และไวกิ้ง คนขายก็บอกว่า ต้องมี SPAM ไวกิ้งก็บอกว่า SPAM ฉันรัก SPAM ส่วนภรรยาก็บอกว่า ทำไงล่ะ ก็ฉันไม่ชอบ SPAM นี่ สาเหตุของความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ก็เป็นเพราะไอ้เจ้า SPAM ที่แขกไม่ต้องการแต่ยังไง ๆ ก็ต้องมีให้ได้
����������� ต่อมา EU นำเรื่องราวในเรื่องนี้มาตั้งเป็นชื่อให้กับ “ข้อมูลที่ถูกส่งไปในที่ต่าง ๆ เพื่อรบกวน หรือข้อมูลที่มันขัดกับความต้องการของผู้รับ” [1]
�
ที่มา: เอกสารการสอนในวิชา Advanced Information Technology Security โดย ดร.สมนึกพ่วงพรพิทักษ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
�
อ้างอิง
[1] เอกสารการสอน Mail Security research, ดร. สมนึก พ่วงพรพิทักษ์, http://www.isan.msu.ac.th/somnuk
[2] http://www.spam.com
[3] http://www.checkdomain.com/cgi-bin/checkdomain.pl?domain=spam.com
[4] Spam – Monty Python’s Flying Circus, http://www.youtube.com/watch?v=xmz_FD-YxUo
พอดีผมได้ไปเจอเรื่องที่ให้ข้อคิดที่ดีเลยอยากจะเอามาแปลงปัน หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย
เรื่องแรก
อเมริกาส่งนักบินไปในอวกาศเจอปัญหาปากกาเขียนไม่ออก
นักวิทยาศาสตร์ระดมปัญญาเพื่อประดิษฐ์ปากกา
ที่สามารถเขียนในภาวะไร้แรงโน้มถ่วงได้
ต้องทุ่มเงินหลายร้อยล้านเหรียญและใช้เวลาไปหลายปี
ในที่สุดได้ปากกาที่สามารถเขียนได้ทุกพื้นผิว
แม้ใต้น้ำก้อเขียนได้
ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง
แต่นักบินอวกาศรัสเซีย ประสบปัญหาเดียวกัน
ใช้ดินสอเขียนแทนปากกา
*******************************
เรื่องที่สอง
โรงงานผลิตสบู่ในญี่ปุ่นประสบปัญหา
เมื่อส่งสินค้าไปแล้วลูกค้าบ่นเรื่องบางกล่องไม่มีสบู่ เป็นกล่องเปล่าๆ
ทางโรงงานติดตั้งเครื่อง X-Ray เพื่อตรวจสอบ
ใช้เงินลงทุนไปหลายล้านเยน กล่องไหนไม่มีสบู่ก้อตรวจจับได้
ทำให้สามารถส่งสบู่ที่ไม่มีกล่องเปล่าอีก
แต่โรงงานเล็กๆ อีกโรงประสบปัญหาเดียวกัน
ช่างคุมงานใช้พัดลมตัวใหญ่ๆ เป่าลมบนสายพาน
กล่องเปล่าก็ปลิวออกไป
******************************
คนเราเวลาประสบปัญหา ส่วนมากมักคิดแต่จะแก้ปัญหา
ทุ่มกำลังสติปัญญาและทุ่มเทเวลาเพื่อแก้ปัญหานั้น
ถ้าคุณเปลี่ยนเป็นมองที่ทางออก
ปัญหาและอุปสรรคทั้งหลายดูจะกลายเป็นเรื่องจ้อยไปเลย
******************************
เมื่อคุณเจอปัญหา ลองเปลี่ยนวิธีคิด
แล้วคุณจะประหลาดใจ
Warning: fsockopen() [function.fsockopen]: unable to connect to ssl://smtp.gmail.com:465 (Unable to find the socket transport “ssl” – did you forget to enable it when you configured PHP?) in C:\phpmailer\class.smtp.php on line 124
Mailer Error: SMTP Error: Could not connect to SMTP host.
หากเจอปัญหาแบบนี้วิธีแก้ก็ไปที่ php.ini
แก้ ;extension=php_openssl.dll
เป็น extension=php_openssl.dll
จากนั้น restart webserver ก็ใช้งานได้แล้ว
พอดีวันนี้ผมได้รับเมล์แปลกๆจากธนาคารแห่งนึง ด้วยความที่ผมไม่เคยใช้บริการของที่นั้นเลยแปลกใจว่าทำไมจึงส่งเมล์มาให้และจากประสบการณ์ที่เรียนวิชา Advance IT Security มาเลยทำให้พอจะเดาออกว่าต้องเป็น Phishing [1,2] แน่ๆ� ก็เลยจัดการดูที่ link ที่ส่งไปก็เลยรู้ว่า phishing จริงด้วย
ข้อควรปฏิบัติในกรณีเจอเหตุการแบบนี้
ตรวจสอบให้แจ่ในก่อนว่าเป็นเมล์ของธนาคารจริง เช่นดู link ดังภาพ
ถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามไปที่ธนาคารโดยตรงเช่นโทรติดต่อแบบนี้แน่นอนกว่า
ลบเมล์ทิ้งเลย
Phishing� [1] คือ การโจมตีในรูปแบบของการปลอมแปลงอี-เมล์ (Email Spoofing) และทำการสร้างเว็บไซต์ปลอม เพื่อทำการหลอกลวงให้เหยื่อหรือผู้รับอี-เมล์เปิดเผยข้อมูลทางด้านการเงินหรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ อาทิ ข้อมูลของหมายเลขบัตรเครดิต บัญชีผู้ใช้ (Username) และ รหัสผ่าน (Password) หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ
Phishing สามารถทำได้โดยการขโมยหรือนำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ตลอดจนรูปลักษณ์ของธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง และบัตรเครดิตประเภทต่างๆของผู้ประกอบการ การให้สินเชื่อทางอินเตอร์เน็ต มาประกอบเข้ากับการหลอกลวงเหยื่อหรือผู้ใช้ให้เปิดเผยข้อมูล ซึ่งมีการประเมินเบื้องต้นว่า การโจมตีในรูปแบบของ phishing สามารถหลอกให้เหยื่อร้อยละ 5 ของทั้งหมด เปิดเผยข้อมูลที่ต้องการ นอกจากนี้ ผู้โจมตี (Hacker หรือ Spammer) ยังใช้ยุทธวิธีการหลอกลวงแบบ Social Engineering ประกอบเพิ่มเติม เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เช่น การหลอกลวงชื่ออี-เมล์ เป็นต้นว่า เป็นเรื่องด่วนจากธนาคาร การหลอกลวงว่าบัญชีที่ใช้งานจะหมดอายุ การเสนอสินค้าที่มีดอกเบี้ยต่ำต่างๆ เป็นต้น
เนื่องจากการโจมตีแบบ phishing ได้มีการแพร่ระบาดไปในหลายประเทศ ซึ่งทำให้คาดการณ์ได้ว่า อาจมีการแพร่เข้ามาในประเทศไทยในอีกไม่นานนี้ จึงมีความจำเป็นต้องแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบถึงภัยที่มีความรุนแรงนี้
อ้างอิง
[1] เทคนิคการโจมตีแบบ “Phishing”, http://www.thaicert.org/paper/basic/phishing.php
[2] Phishing, http://en.wikipedia.org/wiki/Phishing
หลังจากที่ทนใช้อยู่นานกลับอาการที่ต้องรอ notebook shutdown นานมากก็เลยค้นหาข้อมูลเพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ หลังจากที่ทำการค้นหาได้ซักพักก็เจอข้อมูลดังนี้
Start Registry Editor and navigate to the following key:� [1]
[HKLM\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Session Manager\Memory Management]
Set ClearPageFileAtShutdown value to 0
แปลเป็นภาษาคนได้ดังนี้ให้พิมพ์ regedit ที่ เมนู run
แล้วเข้าไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE -�CurrentControlSet – Control – Session Manager – Memory Management
แก้ไขค่าให้เป็น 0
อ้างอิง
[1] http://windowsxp.mvps.org/slowshutdown.htm