วันนี้แจก top 100 keywords จาก shopping au,us,uk,de ครับ สำหรับเอาไปใช้หาช่องทางทำงาน
สำหรับใครที่เอาไปแล้วเกิดรายได้อย่าลืมทำบุญน่ะครับ ^-^
http://hotfile.com/dl/24973635/7cbc30e/keyword.rar.html
วันนี้แจก top 100 keywords จาก shopping au,us,uk,de ครับ สำหรับเอาไปใช้หาช่องทางทำงาน
สำหรับใครที่เอาไปแล้วเกิดรายได้อย่าลืมทำบุญน่ะครับ ^-^
http://hotfile.com/dl/24973635/7cbc30e/keyword.rar.html
หลังจาก canon IP3000 สิ้นชีพไปอย่างไม่สามารถกลับมาดีดังเดิมได้ (กดปุ่ม Resume ค้างไว้ดันพังได้) เลยลงทุนซื้อ printer ใหม่ที่สามารถ print CD ได้อยากได้ที่มันถูกๆแต่ที่สารคามไม่มีเลยจำเป็นต้องซื้อ Epson R230 เพราะรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นไม่มีขาย หลังจากได้มาแล้วก็ทำการแกะกล่อง
อ้าวไม่มีของแถมเลยกระดาษ photo สักแผ่นก็ไม่มี (ตอนซื้อ Conon IP3000) แถมเยอะมาก เอ้าว่ะไหนๆก็ซื้อมาแล้วเห็นเค้าบอกว่าสุดยอดลองดูหน่อยแล้วกัน
อันดับแรกเลยต้องลอง Print CD เนื่องจากเป็นวัตถุประสงค์หลักของการซื้อรุ่นนี้ โปรแกรมที่ใช้ก็เป็น Epson Print CD� ที่อยู่ในแผ่น driver ที่มากับเครื่อง หลังจากออกแบบเสร็จก็ทำการสั่ง Print� ปรากฏว่า Print CD ไม่ได้ เอาหล่ะสิ ทดสอบอยู่หลายรอบยัง Print ไม่ได้มีอะไรผิดพลาดแน่ๆก็เลยลอง ถามเฮีย goo ดู แกก็ให้คำตอบมาเยอะสุดท้ายไปเจอคำตอบที่ให้ข้อสอบสรุปว่ามันเป็นปัญหาทางเทคนิค นั้นคือ Printer ตั้งชิดผนังเกินไปเลย Print CD ไม่ได้ ?????? งงหล่ะสิทำไมมันเป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าถาดที่ใส่ CD มันจะยื่นออกไปด้านหลังนั้นเอง โอ้แม่เจ้าใครจะไปรู้ว่ามันจะทะลึ่งยื่นถาดออกไป ก็ IP3000 มันไม่เห็นยื่นอะไรออกไปเลย
�
นี่ถ้าไม่รู้ว่ามันต้องยื่นไปข้างหลังมีหวังได้ส่งเคลมแน่ๆนึกว่าเสีย� หลังจากสั่ง Print ได้ก็ลองไป 3 แผ่นเป็น CD รายงานวิจัยของ ม สังเกตุว่าของ Epson จะไม่สามารถปรับความละเอียดในการ Print CD ได้เลยไม่เหมือนกับ Canon สามารถปรับความละเอียดได้ นี้ถ้า IP 3000 ไม่พังก็คงได้ลองเอาผลงานมาเทียบกันเป็นแน่ สำหรับผลงานอง R230 แบบเต็มวงก็นับว่าดีเสียแต่ใช้เวลานานไปหน่อย

�อีกอย่างของ Epson จะมีช่องใส่กระดาษเพียงด้านเดียวแต่ของ Canon จะมีด้านบนกับถาดใส่กระดาษด้านล่างสามารถใส่กระดาษได้เยอะกว่าและสะดวกกว่า จริงๆแล้วของ Epson ก็มีดีหลายอย่างลองค้นๆหาข้อมูลดูแล้วกันครับมีคนชมเยอะเหมือนกัน
�
สรุปแล้วก็สามารถใช้งานได้ดีเสียแต่ราคาแพงกว่า Canon�เยอะไปหน่อย แต่รุ่นนี้ถ้าติด tank จะใช้งานได้ดีกว่าของ Canon ที่ติด�tank ครับสำหรับใครที่ชอบใช้หมึกราคาประหยัดน่าเล่น R230 มากกว่าจะไปเล่น Canon
โฆษณาไทยดีๆอีกเรื่องที่เข้ากับยุคสมัย ดูแล้วหยุดคิดสักนิด ล้มแล้วจงรู้จักลุก
พอดีว่าผมไปเจอโจทย์ในการแก้ปัญหาด้วย PHP & MySQL โดยโจทย์มีดังนี้
เกี่ยวกับเรื่อง ฐานข้อมูล กับ ตาราง
ตอนนี้มีตารางข้อมูล ที่ได้มาโดยการ select
itemlist_id item name quantity capacity user_id slot use
5 ข้าวโพด 2 15 1 1
32 ขี้ไก่ 9 50 1 1
76 ปลากระโทงแทง 6 5 1 2
79 ปลาฉลาม 2 1 1 2
168 เกลือ 1 50 1 1
*quantity คือ จำนวนของฐานของมูลขอลแต่ละ item name ได้มาจากการ count
capacity คือ จำนวนความจุ ที่ตั้งใจจะนำไปแบ่งแต่ละcell
slot use = ceil(capacity/quantity)
โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดไปใส่ในตารางที่ผ่านการ loop
สิ่งที่ตั้งใจทำก็คือ จะแบ่งช่องของสิ่งของเหล่านี้ โดยให้ค่า quantity ไม่เกิน capacity ในแต่ละช่อง
ถ้าสำเร็จผลที่ได้รับคือ
ข้าวโพด2 ขี้ไก่9 ปลาฯ5 ปลาฯ1 ปลาฉลาม1 ปลาฉลาม1 เกลือ1
พอดีว่าผมขี้เกียจสร้าง database เพื่อแก้ปัญหาเลยขอประยุกต์ด้วย Array สำหรับใครที่ต้องการจะเอาไปใช้กับ database อื่นๆก็ดัดแปลงดูแล้วกันครับ
< ?
$data[0] = array('itemlist_id'=>5,'item_name'=>'ข้าวโพด','quantity'=>2,'capacity'=>15,'user_id'=>1,'slot_use'=>1) ;
$data[1] = array('itemlist_id'=>32,'item_name'=>'ขี้ไก่','quantity'=>9,'capacity'=>50,'user_id'=>1,'slot_use'=>1) ;
$data[2] = array('itemlist_id'=>76,'item_name'=>'ปลากระโทงแทง','quantity'=>6,'capacity'=>5,'user_id'=>1,'slot_use'=>2) ;
$data[3] = array('itemlist_id'=>79,'item_name'=>'ปลาฉลาม','quantity'=>2,'capacity'=>1,'user_id'=>1,'slot_use'=>2) ;
$data[4] = array('itemlist_id'=>168,'item_name'=>'เกลือ','quantity'=>1,'capacity'=>50,'user_id'=>1,'slot_use'=>1) ;
if(is_array($data))
{
// read from data I
foreach($data as $row)
{
while($row['quantity'] > 0)
{
$quantity = ($row['quantity'] > $row['capacity'] ? $row['capacity'] : $row['quantity'] ) ;
$row['quantity'] -= $quantity ;
// insert to data II
$data2[] = array('itemlist_id'=>$row['itemlist_id'],'item_name'=>$row['item_name'],'quantity'=>$quantity,'capacity'=>$row['capacity'],'user_id'=>$row['user_id'],'slot_use'=>1) ;
echo 'itemlist_id=>',$row['itemlist_id'],', item_name=>',$row['item_name'],', quantity=>',$quantity,', capacity=>',$row['capacity'],', user_id=>',$row['user_id'],', slot_use=>',1 , "";
}
}
}
?>
ขึ้นชื่อเรื่องยังกับละครหลังข่าวอ่านจะทำให้หลายคนเข้าใจไปว่าเข้าเว็บผิด ช้าก่อนยังไม่ผิดที่ตังชื่อแบบนี้เพราะมันมีที่มาและก็เกี่ยวกับ PHP ด้วย
จากเมื่อวันที่ 29-31 ต.ค. 2551 ผมได้ไปเป็นวิทยากรอบรม Basic PHP ให้กับหน่วยงานแห่งหนึ่งและในวันแรกของการอบรมได้ตังโจทย์ให้ผู้อบรมได้ลองเขียนโปรแกรมง่ายๆโดยมีคำสั่งดังนี้
1. ให้สร้าง Array เก็บชื่อเดือน แล้วทำการแสดงผลด้วย Loop for โดยกำหนดเงื่อนไขให้ เดือนที่ 7 แสดงอักษรสีน้ำเงิน
2. ให้สร้าง Array เก็บชื่อวัน แล้วทำการแสดงผลด้วย Loop foreach โดยกำหนดเงื่อนให้แสดงสีตัวอักษรตามวัน เช่น วันจันทร์แสดงตัวอักษรสีเหลือง
ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรข้อแรกก็จะเขียนออกมาได้ประมาณนี้
< ?
$month =array('มกราคม','กุมภาพันธ์','มีนาคม','เมษายน','พฤษภาคม','มิถุนายน','กรกฎาคม','สิงหาคม','กันยายน','ตุลาคม','พฤศจิกายน','ธันวาคม') ;
for($i=0,$max=count($month);$i<$max ;$i++)
{
if($i == 6)
{
echo '<font color=blue>',$month[$i] , '<br />' ;
}
else
{
echo $month[$i] , "<br>" ;
}
}
?>
และข้อ 2 ก็จะได้แบบนี้
< ?
$day = array('วันอาทิตย์','วันจันทร์','วันอังคาร','วันพุธ','วันพฤหัสบดี','วันศุกร์','วันเสาร์') ;
foreach($day as $index => $value)
{
switch($index)
{
case 0 :
$color = 'red' ;
break ;
case 1 :
$color = 'yellow' ;
break ;
case 2 :
$color = '#FFCCFF' ;
break ;
case 3 :
$color = '#7FFF7F' ;
break ;
case 4 :
$color = '#FF9900' ;
break ;
case 5 :
$color = '#3333FF' ;
break ;
default :
$color = '#993399' ;
break ;
}
echo '<font color=',$color,'>',$value,'</font><br>' ;
}
แต่ปัญหามันเกิดเพราะผมดันลืมสอนเรื่อง if และ switch เอาหล่ะสิแบบนี้จะทำยังไงถ้าเราไม่มี if กับ switch ใช้
แนวทางการแก้ปัญหาในข้อแรกง่ายๆก็ใส่สีใน Array เลยก็สิ้นเรื่อง แบบนี้ง่ายและทำงานได้เร็วกว่าเพราะไม่ต้องมาเช็คเงื่อนไข โดยจะสามารถเขียน code ได้แบบนี้
< ?
$month =array('มกราคม','กุมภาพันธ์','มีนาคม','เมษายน','พฤษภาคม','มิถุนายน','<font color=blue>กรกฎาคม</font>','สิงหาคม','กันยายน','ตุลาคม','พฤศจิกายน','ธันวาคม') ;
for($i=0,$max=count($month);$i< $max ;$i++)
{
echo $month[$i] ;
}
?>
เป็นไงหล่ะทำงานได้เหมือนกันตรงตามคำสั่งด้วย แล้วถ้าเป็นข้อ 2 หล่ะจะทำเหมือนกันมั้ย! ไม่แน่นอนเพราะมันจะดูขี้เหล่ไปผมใช้วิธีสร้าง Array อีกตัวในการเก็บสีของวันและจัดให้มันมี Index ตรงกับ Index ของวันเท่านี้เราก็สามารถแสดงสีตามวันได้โดยไม่ต้องใช้ switch และสิ่งที่ตามมาโปรแกรมจะทำงานได้เร็วกว่าการใช้ switch อีกด้วยและยังเขียนสั้นกว่าเยอะ
< ?
$day = array('วันอาทิตย์','วันจันทร์','วันอังคาร','วันพุธ','วันพฤหัสบดี','วันศุกร์','วันเสาร์') ;
$daycolor = array('red','yellow','#FFCCFF','#7FFF7F','#FF9900','#3333FF','#993399') ;
foreach($day as $index => $value)
{
echo '<font color=',$daycolor[$index],'>',$value,'</font><br>' ;
}
?>
สิ่งที่จะสื่อให้เห็นในบทความนี้คือ ในการเขียนโปรแกรมเราสามารถเขียนได้หลายวิธีเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการทำงาน และก็จะขึ้นอยู่กับพื้นฐานของแต่ละคนว่าจะเลือกวิธีการไหน ถ้าคนที่มีประสบการณ์และมีพื้นฐานที่ดีจะเลือกเขียนแบบกระชับดูง่ายและที่สำคัญทำงานได้เร็วแล้วกินทรัพยากรน้อยโดยเฉพาะการเขียน Web Application ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมสมัยเรียนเวลาส่งงานอาจารย์ถึงโดนจับได้ว่า copy code มาส่ง
����������� เนื่องจากผมได้เจอคำถามจากเพื่อนสมาชิกใน board thaiseoboard.com ตั้งคำถามว่า
// read POST variables if present
foreach ($_POST as $name => $value) {�
������ $$name = $value;
}
Script บรรทัดนี้หมายความว่ายังไง ก็เลยเป็นเหตุได้เขียนบทความนี้
������������ ที่เป็นคำถามเพราะว่าเจอตัวแปรที่มี $$ นำหน้า ซึ่งปกติทั่วไปจะเป็น $ อันเดียว ลักษณะที่เป็น $$ �เป็นการสร้างตัวแปรแบบ dynamic �เช่น
$name = 'test' ;
$$name จะหมายถึง $test
การรับค่า $$name = 1 ;
ก็แสดงว่า $test มีค่าเท่ากับ 1
อันนี้น่าจะพอเข้าใจกันแล้ว ทีนี้มาดูจุดมุ่งหมายของ Script นี้
// read POST variables if present
foreach ($_POST as $name => $value) {� // name เป็น index ของ array
������ $$name = $value; // ส่งค่าให้กับตัวแปร
}
�
จาก script เป็นการแก้ปัญหาการ config register_globals = Off ใน php.ini �ซึ่งค่าจาก form จะอยู่ในรูป $_POST['test'] ,$_GET['test'] ไม่สามารถ เอา $test มาใช้ได้เลยทันที แต่ถ้า register_globals = On จะสามารถใช้ $test ได้เลย
ด้วยเหตุนี้ถ้าไม่สามารถแก้ php.ini ได้(กรณีเช่าโฮสอยู่) ก็มาแก้ที่โปรแกรมโดยการวนลูป� $_POST ซึ่งเป็น array แล้วส่งค่าให้กับตัวแปรตามค่า index ของมันซึ่งค่า index ของมันก็คือชื่อตัวแปรนั้นเอง
ตัวอย่างเช่นใน form มีการส่งค่า username=var1 และ password=var2 มา� ในการรับค่าจาก form จะได้เป็น $_POST[username'] และ $_POST[password'] �โดยในรูปแบบ array จะเป็น (username’=>var1 ,’password’=>var2)
ปล. register_globals = Off� แนะนำให้ใช้เพราะเหตุผลทางด้าน security ครับ อีกตัว magic_quotes_gpc = On ป้องกัน Sql injection ครับ
����������� ผมเขียน PHP มาหลายปีพึ่งมามีปัญหากับ function date ที่แสดงเวลาไม่ตรงเพราะพึ่งจะหันมาเขียนบน PHP5 (ลง Appserv ตัวใหม่ ) หลังจากที่กำลังเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับเวลาสังเกตว่าเวลามันเร็วไป 1 ชม.
����������� เอาหล่ะสิเขียน PHP มาตั้งนานพึ่งจะเจอปัญหาก็เพราะว่าใน PHP 5 มีการ config เกี่ยวกับ timezone เอาไว้ ลองดูที่ php.ini จะพบ
�
[Date]; Defines the default timezone used by the date functions
;date.timezone =
�ตามตัวอย่างถ้าไม่ได้แก้อะไรเวลาจะบวกไปอีก 1 ชม. แล้วถ้าต้องการแก้ให้ถูกต้องหล่ะไม่ยากครับ
[Date]; Defines the default timezone used by the date functions
date.timezone = "Asia/Bangkok"
�แก้ตามนี้แล้ว restart webserver ใหม่ก็ใช้งานได้แล้ว ทดสอบตาม code นี้
< ?
echo date('l jS \of F Y h:i:s A');
?>
�ผลที่ได้ประมาณนี้
Friday 26th of September 2008 12:32:25 AM
�ส่วนสำหรับใครที่ไม่สามารถแก้ php.ini โดยเฉพาะที่เช่า host เค้าอยู่ก็ลองใช้�
< ?
//�set�the�default�timezone�to�use.�Available�since�PHP�5.1
date_default_timezone_set('Asia/Bangkok');
echo date('l jS \of F Y h:i:s A');
?>
เท่านี้ก็จะสามารถใช้ Function ที่เกี่ยวกับเวลาได้อย่างไม่มีปัญหาแล้วครับ
ปล. date_default_timezone_set มีใน PHP 5.1 [1] ขึ้นไปครับ
�อ้างอิง
[1] http://th2.php.net/manual/en/function.date-default-timezone-set.php
����������� หลังจากเป็นที่ฮือหากับการเปิดตัวของ browser เจ้าใหม่แต่ชื่อไม่ใหม่อย่าง Google Chrome ของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Google ที่ทำอะไรก็รุ่งไปหมด ทำให้ตลาดของ browser ตื่นตัวขึ้นอีกครั้งซึ่งเรื่องนั้นเราไม่พูดถึงเราจะมาพูดถึงเรื่องที่เราถนัดดีกว่านั้นก็คือเรื่องของการเขียนโปรแกรม
����������� การเปิดตัวของ Google Chrome ทำให้วงการ Software ต้องมีการปรับปรุงไม่มากก็น้อยซึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือการปรับให้ Software สามารถรันบน Google Chrome ได้ ซึ่งปัญหาที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือบรรดา Rich Text Editor ทั้งหลายต่างเอ๋อไปตามๆกันเมื่อรันผ่าน Google Chrome เพราะไม่รู้จักว่ามันเป็นใครก็ที่ไม่รู้จักก็เพราะว่าตัว USER_AGENT ของ Google Chrome ทะลึ่งมีหน้าตาแปลกๆ�
�Mozilla/5.0 (Windows; U; Windows NT 5.1; en-US) AppleWebKit/525.13 (KHTML, like Gecko) Chrome/0.2.149.29 Safari/525.13
�แล้วอย่างนี้ที่เขียนกันเอาไว้ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าเงื่อนไขไหนเพราะมันมีทั้ง Mozilla , Gecko , Chrome , Safari งงเลย
����������� ล่าสุดในวันที่ผมนั่งเขียน (12 กย. 51) Rich Text Editor เจ้าใหญ่ๆพากันปรับให้สามารถใช้งานบน Google Chrome แล้วอย่าง Spaw, TinyMCE ( Open Source หลายตัวใช้อยู่เช่น Moodle, Wordpress) จริงๆแล้ว Rich Text Editor เหล่านี้จะใช้ JavaScript ในการ detect browser ซึ่งถ้าอธิบายก็คงต้องไปนั่งไล่ JavaScript อีกยาว เอาเป็นว่าเอาตัวอย่างที่เป็น PHP ไปลองเล่นกันก็แล้วกัน
function userAgent($minor=false){
$agents = array('MSIE'=>'/MSIE ([0-9]\.[0-9])/', 'Firefox'=>'/Firefox\/([0-9]*\.[0-9]*\.[0-9]*\.[0-9]*)/', 'Opera'=>'/Opera\/([0-9]*\.[0-9])/','Safari'=>'/Version\/([0-9]*\.[0-9]*\.?[0-9]*)/','Chrome'=>'/Chrome\/([0-9]*\.[0-9]*\.[0-9]*\.[0-9]*)/');
foreach($agents as $agent=>$pattern){
preg_match($pattern,$_SERVER['HTTP_USER_AGENT'],$match);
if(isset($match[1])){
if($minor){
return $agent.' '.$match[1];
}
else
{
return $agent.' '.floor($match[1]);
}
}
}
return 'Unknown browser';
}
echo userAgent(true) ;
ทดสอบ: demo
�
Warning: fsockopen() [function.fsockopen]: unable to connect to ssl://smtp.gmail.com:465 (Unable to find the socket transport “ssl” – did you forget to enable it when you configured PHP?) in C:\phpmailer\class.smtp.php on line 124
Mailer Error: SMTP Error: Could not connect to SMTP host.
หากเจอปัญหาแบบนี้วิธีแก้ก็ไปที่ php.ini
แก้ ;extension=php_openssl.dll
เป็น extension=php_openssl.dll
จากนั้น restart webserver ก็ใช้งานได้แล้ว