Posts Tagged ‘ spam

FW: Do not Delete ใครไม่ฟอเวิด โคตรใจร้ายเลย 29 January 2009 at 12:24 pm by tumaji

��������� ผมเชื่อว่าสำหรับคนที่ใช้ Email เป็นประจำจะเจอข้อความประเภทนี้บ่อยๆ และส่วนมากมักจะเจอเมล์แบเดียวกันอย่างน้อย 2 รอบ (ส่งไปแล้วมันย้อนกลับมาอีก)� ซึ่งถ้าเจอเมล์แบบนี้ผมจะไม่ส่งต่อถึงจะมีคนว่าผมใจร้ายก็ตาม ผมจะบอกว่าทำไมผมไม่ส่งต่อ

�������� เมล์ประเภทที่ส่งมาแล้วมีเนื้อหาให้ส่งต่อ(เหมือนบังคับให้ส่งต่อ)มีอยู่หลายแบบโดยจากประสบการณ์ที่เจอผมจะแยกออกเป็น

  • เมล์ที่มีเนื้อหาเรียกความสงสารส่วนใหญ่จะใช้ภาพเด็กป่วยต้องการความช่วยเหลือถ้าส่งต่อจะได้เมล์ละเซนต์
  • เมล์ที่มีเนื้อหาเหมือนจะให้แง่คิด เรื่องความรัก(อันนี้เยอะ) แล้วสุดท้ายถ้าส่งต่อจะประสบความสำเร็จด้านความรัก ถ้าไม่ส่งต่อขอให้เป็นโสด (อันนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้มีการส่งมากสุด)
  • เมล์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับปาฏิหารย์ ศาสนา ความเชื่อ ต้องส่งต่อถึงจะได้โชค ไม่ส่งต่อซวย

������ ซึ่งเมล์เหล่านี้เราจะไม่ได้เจอเพียงครั้งเดียวอย่างแน่นอนอย่างน้อยๆจะเจอมัน 2 ครั้ง บางทีจะเจอภาพในวันเดียวหลายๆครั้ง ซึ่งเมล์เหล่านี้เป็นสาเหตุหนึ่งในเมล์ขยะที่กองอยู่ในระบบอินเตอร์เน็ทของโลกและทำให้เน็ทของเราช้ากว่าที่เป็นเพราะต้องมาแบ่งทางวิ่งให้กับพวกเมล์ขยะพวกนี้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีกฏหมายออกมาควบคุมเมล์ขยะพวกนี้ (Spam mail)� แต่ก็ยังไม่สามารถลดจำนวนของเมล์ขยะได้

������ สาเหตุที่ผมไม่ส่งต่อเมล์จำพวกนี้ เนื่องจากผมไม่อยากมีส่วนในการสร้าง Spam mail และเมื่อดูจากเนื้อหาและความเป็นไปได้หรือข้อเท็จจริงของเมล์แล้วมันไม่น่าจะมีมูลซึ่งอธิบายได้ดังนี้

  • เมล์ที่มีเนื้อหาขอความช่วยเหลือโดยมีภาพเด็กป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือจะต้องส่งเมล์ต่อเพื่อจะได้รับ 1 เซนต์ต่อเมล์ 1 ฉบับ ซึ่งจากตรงนี้ลองมาคิดดูแล้วว่าแล้วใครจะเป็นคนจ่ายในเมื่อมีกฏหมายคุ้มครองจาก Spam mail (โดยเฉพาะอเมริกามีการปรับเงินต่อ Spam mail�1 ฉบับ) ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทำไมไม่มีข้อมูลที่สามารถติดต่อไปยังครอบครัวของเด็กเหล่านั้นเพื่อให้ความช่วยเหลือตรงๆ กลับมีเพียงข้อมูลการป่วยและบอกให้ส่งเมล์ต่อไป ไม่ส่งใจร้ายมาก โดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าเมล์ประเภทนี้ไม่มีมูลความจริงและเป็นประเภทที่น่ากลัวสำหรับผู้พัฒนาระบบป้องกัน Spam mail เพราะมันไม่ได้มาในรูปแบบการขายสินค้าตรงๆ แต่มันอาจจะมีการโฆษณาในลายเซ็นต์ของเมล์ (Signature) ก็เป็นได้ ดังนั้นต่อไปหาได้รับเมล์แนวๆนี้ต้องดูข้อมูลให้แน่ชัดว่ามีข้อมูลการติดต่อที่สามารถติดต่อได้จริงรึเป็นและตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะส่งต่อ หากคุณติดจะช่วยเหลือจริงๆ
  • พวกเมล์ที่มีเนื้อหาให้แง่คิด(เหมือนจะหวังดี) สุดท้ายมาบังคับให้ส่งต่อ เมล์แนวนี้ส่วนใหญ่ผมจะลบทิ้งทันทียกเว้นจะมีเนื้อหาที่ดีและมีประโยชน์จริงๆผมจึงจะส่งต่อเพราะมันอาจจะมีประโยชน์ต่อคนที่เราส่งไปให้โดยจะลบข้อความด้านล่างที่บอกให้ส่งต่อ 5 คน 10 คนออกเพราะคนที่ได้รับน่าจะรู้สึกดีหากไม่ต้องมาห่วงเรื่องการส่งเมล์ต่อ ดังนั้นหากคุณหวังดีกับผู้รับจริงๆควรที่จะไม่ส่งต่อเมล์แนวที่บังคับให้มีการส่งต่อแนวๆนี้เพราะแทนที่คนรับจะซาบซึ้งกับความหวังดีของคุณกลับจะเกลียดคุณเลยที่เดียว
  • ส่วนกลุ่มสุดท้ายผมจะลบทิ้งหาเนื้อหาไม่มีประโยชน์จริงๆ เพราะผมยอมซวยดีกว่าที่จะส่งความซวยต่อไปให้คนอื่น เพราะถ้าส่งต่อไปมันเป็นบาปมากกว่าที่ไม่ส่งต่อ

������� สุดท้ายนี้หากคุณหวังดีกับคนที่รับเมล์ของคุณจริงๆโปรดพิจารณาก่อนที่จะส่งเมล์พวกนี้ให้ เนื่องจากคนรับอาจเสียความรู้สึกเมื่อได้รับเมล์พวกนี้มากกว่าจะรู้สึกดี และในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือคุณจะถูกจับในข้อหาส่ง Spam mail ตาม พรบปี 50

+ ที่มาของ SPAM By tumaji 10 September 2008 at 3:53 pm and have No Comments

������������ โดยปกติแล้วสำหรับคน IT จะคุ้นเคยกับคำว่า “SPAM” ในแง่ของอีเมล์ขยะ (Junk Mail) หรือในกลุ่มของคนทำ SEO ก็จะมองว่าเป็นการใส่ keyword เยอะๆเพื่อให้เว็บมีโอกาสแสดงผลใน Search Engine ในหน้าแรก แต่จริงๆแล้วคำว่า “SPAM” มันมีที่มาจากอาหารกระป๋อง

������������ SPAM เป็นศัพท์สแลงมาจากคำว่า “Spiced Pork and Meat/ham” เป็นคำย่อ ที่เกิดจากการผสมอักษรรวมกันของคำว่า เนื้อ และเครื่องเทศที่บรรจุอยู่ในกระป๋อง ภาษาเยอรมัน เรียกว่า “Dosenfleisch” [1] โดยนำมาเป็นชื่อของเนื้อกระป๋อง (tinned meat) ในช่วงปี ค.ศ. 1930 ดังในรูป 1 �เว็บไซต์ spam.com [2] จดขึ้นเมื่อ 05-Sep-1996� [3]�

spam.com

������������ ที่มาของ SPAM ที่ใช้ในปัจจุบันมาจากซิกคอม (Comedy Series) เรื่อง “Monty Python’s Flying Cirdus” [4] โดยเนื้อเรื่องเริ่มในร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง บรรดาอาหารทั้งหลายที่อยู่ในเมนูของร้านนี้จะประกอบไปด้วยอาหารที่มี SPAM ประกอบเกือบทั้งหมดในฉากดังกล่าว มีแขกเป็นสามีภรรยาคู่หนึ่ง ภรรยาไม่ชอบ SPAM ครับ เธอเลยขอสั่งอาหารที่ “ไม่มี SPAM “… แต่พนักงานเสิร์ฟก็พยายามอธิบายว่าไม่มีหรอก ร้านเราอาหารเกือบทุกอย่างต้องมี SPAMเป็นส่วนประกอบ (จะมาก หรือน้อยเท่านั้น) “ไวกิ้ง” สองสามคน ซึ่งนั่งกินอาหารอยู่ก่อนที่โต๊ะข้าง ๆ ส่งเสียงตะโกนแซวมาประมาณว่า “SPAM SPAM ฉันรัก SPAM ยังไง ๆ ก็ต้อง มีSPAM” จนเกิดการโต้เถียงกัน วุ่นวาย ทั้งคนขาย แขกสามีภรรยา และไวกิ้ง คนขายก็บอกว่า ต้องมี SPAM ไวกิ้งก็บอกว่า SPAM ฉันรัก SPAM ส่วนภรรยาก็บอกว่า ทำไงล่ะ ก็ฉันไม่ชอบ SPAM นี่ สาเหตุของความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ก็เป็นเพราะไอ้เจ้า SPAM ที่แขกไม่ต้องการแต่ยังไง ๆ ก็ต้องมีให้ได้

����������� ต่อมา EU นำเรื่องราวในเรื่องนี้มาตั้งเป็นชื่อให้กับ “ข้อมูลที่ถูกส่งไปในที่ต่าง ๆ เพื่อรบกวน หรือข้อมูลที่มันขัดกับความต้องการของผู้รับ” [1]

ที่มา: เอกสารการสอนในวิชา Advanced Information Technology Security โดย ดร.สมนึกพ่วงพรพิทักษ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

อ้างอิง

[1] เอกสารการสอน Mail Security research, ดร. สมนึก พ่วงพรพิทักษ์, http://www.isan.msu.ac.th/somnuk

[2] http://www.spam.com

[3] http://www.checkdomain.com/cgi-bin/checkdomain.pl?domain=spam.com

[4] Spam – Monty Python’s Flying Circus, http://www.youtube.com/watch?v=xmz_FD-YxUo